ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่ามีเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างมากมาย และได้รับการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถที่จะหลีกหนีได้เลย ซึ่งก็ได้พัฒนาใช้ไปในวงการของทีวีด้วย ซึ่งเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องก็คือเทคโนโลยีทีวีสามมิติ ซึ่งก็มีความน่าสนใจอยู่เสมอ ประกอบกับราคาที่ถูกลง จนหลายท่านก็มีติดบ้านกันบ้างแล้วไม่มากก็น้อย ซึ่งหลายๆคนอาจจะมีความสงสัยว่า ประเภทของ 3D Formats มีอะไรบ้าง วันนี้เราก็มีมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้ถึงประเภทต่างๆของ 3D Fomats จะมีอะไรบ้างเราไปดูกันเลย

ประเภทของ 3D Formats

ประเภทของ 3D Formats

Side By Side

SBS (Side By Side) หรือ Left-Right 3D ถือว่าเป็น 3D Format ที่มีความนิยมในต่างประเทศซึ่งจะใช้ในการออกอากาศทางโทรทัศน์ทั่วไป ซึ่งข้อดีของ 3D ประเภทนี้ก็คือว่าขนาดของไฟล์จะไม่ใหญ่มากจะอยู่ที่ 7-15 GB โดยประมาณ ซึ่งจะเล็กกว่าประมาณ 3-5 เท่าถ้าเทียบกับ Frame Packing ทำให้เราสามารถประหยัดเนื้อที่ในการเก็บข้อมูลได้เยอะ ซึ่งก็จะยังมีมิติของภาพก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีอยู่ หลักการของ Side By Side จะแบ่งภาพออกเป็นสองด้านเท่าๆกัน ความละเอียดแนวตั้ง (Vertical Resolution) หรือจำนวนเส้นแนวนอนคือ 1920 เส้นจะถูกแบ่งเป็น 960 เส้นที่เข้าตาซ้ายและตาขวา นำมาเรียงสลับกันแบบ Frame Sequential ทำให้เกิดภาพ 3D ซึ่งความละเอียดโดยรวมก็จะถูกลดลงเหลือ 960 x 1080

Top And Bottom

Top And Bottom หรือเรียกว่า Over-Under 3D ลักษณะของ Format ซึ่งจะมีความใกล้เคียงกับ 3D แบบ Side By Side จะมีความแตกต่างกันที่ความละเอียดด้านขวางหรือจำนวนเส้นแนวตั้ง ซึ่งจะถูกลดลงไปครึ่งหนึ่งโดยใช้หลักการคือ จำนวน 1080 เส้น แบ่งให้ตาซ้าย 540 เส้น และตาขวา 540 เส้น เมื่อเราเปิดกับทีวี 3D และรวมกันทำให้เกิดภาพลอยออกมา สรุปแล้วว่าสำหรับ 3D ประเภท Top And Bottom จะมีความละเอียดแบบ 3D เป็น 1920 x 540 พิกเซล ความละเอียดโดยรวมจะออกมาคือประมาณ 1,036,800 พิกเซล

Frame Packing 3D

Frame Packing 3D ซึ่งถือว่าเป็น Format ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็คือแผ่น Blu-ray 3D แท้ๆเลยนั่นเอง สำหรับข้อดีของ 3D ประเภทนี้ก็จะไม่มีการลดทอนความละเอียดของภาพลง และไม่มีการบีบอัดข้อมูลใดๆทั้งสิ้น ทำให้เราได้รับชม 3D แบบ Full HD ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งที่มาของชื่อ Frame Packing ก็คือการนำเฟรมภาพแบบเต็มเฟรม 1920 x 1080 ทั้งเฟรมตาซ้ายและตาขวามารวมกันและแสดงผลตามหลักการ Frame Sequential ทำให้ได้ภาพลอยออกมาด้วยความละเอียดสูงสุด

เราสามารถสรุปได้ว่า 3D แต่ละประเภทต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ทั้งในด้านของคุณภาพและราคาที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงอีกหนึ่งปัจจัยก็คือความสะดวกของแต่ละคนที่จะหา Format ต่างๆมาเล่นกับ 3D TV คู่ใจของตัวเอง แนะนำว่าสำหรับใครที่มีงบประมาณจำกัดก็ยังสามารถใช้ 3D แบบ Side By Side หรือ Top And Bottom ได้ เพราะสามารถเล่นกับเครื่องเล่นที่หลากหลาย ราคาไม่แพงมากและยังสามารถต่อจากคอมพิวเตอร์ผ่านสาย HDMI เข้าสู่ TV ได้อีกด้วย แต่ถ้ามีงบประมาณไม่จำกัดเราก็ขอแนะนำให้ใช้ 3D Blu-ray Player เล่นจากแผ่น Blu-ray 3D แท้ๆ ต่อผ่านสาย HDMI v 1.4 เข้าสู่ 3D TV ของเรา ก็จะทำให้ได้คุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมมากที่สุด

Close Menu